Posted on Leave a comment

กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง

Spread the love

กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง

หัวใจ คือ กล้ามเนื้อก้อนหนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปทั่วร่างกาย อีกทั้งยังมีระบบไฟฟ้าเป็นของตัวเอง ซึ่งระบบนี้ทำให้การเต้นของหัวใจมีประสิทธิภาพ กล้ามเนื้อก้อนนี้จะมีลิ้นปิดและเปิด ซึ่งทำให้เลือดมีการไหลไปยังทิศทางที่ถูกต้อง หลอดเลือดหัวใจทำหน้าที่ป้อนออกซิเจนในปริมาณที่เพียงพอและป้อนสารอาหารต่างๆ ให้หัวใจทำงานได้

หากกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแอ มันจะไม่สามารถสูบฉีดเลือดทั้งหมดที่ได้รับมาจากร่างกายผ่านเส้นเลือดดำได้ ดังนั้น เลือดจะไหลกลับไปที่ปอด และปอดจะถูกเติมเต็มไปด้วยของเหลว ผู้ป่วยก็จะประสบกับสภาวะน้ำท่วมปอด เราจะเรียกอาการแบบนี้ว่า โรคหัวใจล้มเหลว โรคกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงขั้นวิกฤต เป็นรูปหนึ่งของสภาวะหัวใจล้มเหลวอย่างรุนแรง เนื่องจาก หัวใจมีความอ่อนแอ และมีการขยายตัว

สาเหตุของการเป็นโรคหัวใจล้มเหลวและโรคกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงขั้นวิกฤต เกิดจากหลายสาเหตุเช่น ความดันโลหิตสูง, โรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ และการติดเชื้อไวรัสในหัวใจ เนื่องจาก เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ มีความต้องการพลังงานที่สูง งานวิจัยทางชีวเคมีแสดงให้เห็นว่า กล้ามเนื้อหัวใจของผู้ป่วยที่มีอาการหัวใจล้มเหลว และโรคกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงขั้นวิกฤต เกิดจากการขาดสารอาหารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “โคเอนไซม์คิว 10” สาเหตุนี้ ถูกค้นพบว่าเป็นปัจจัยหลักของอาการหัวใจล้มเหลวแทบทั้งสิ้น

โคเอนไซม์คิว 10 (CoQ10) มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “ยูบิกควิโนน” สารอาหารชนิดนี้เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน ถูกพบน้อยมาก ในอาหารชนิด ต่างๆ เช่น เครื่องในสัตว์, เนื้อ, น้ำมันถั่วเหลือง, ปลาซาดีน, ปลาแม็กเคอเรล และถั่ว ชนิดต่างๆ ร่างกายของเราสามารถสังเคราะห์โคเอนไซม์คิว 10 ขึ้นมาได้จากกรดอะมิโน ที่ชื่อว่า “ไทโรซีน” แต่อย่างไรก็ตามร่างกายก็ต้องอาศัยวิตามินชนิดต่างๆ อีกอย่างน้อย 8 ชนิด รวมถึงแร่ธาตุที่หลากหลาย การขาดแคลนสารอาหารเหล่านี้ จึงส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถผลิตโคเอนไซม์คิว 10 ได้

โคเอนไซม์คิว 10 ถือเป็นปัจจัยร่วมกับเอนไซม์ที่สำคัญอย่างน้อย 3 ประเภท ที่ใช้ในไมโตคอนเดรีย ของเซลล์ เนื่องจากจะต้องช่วยสร้างพลังงานสำหรับเซลล์ ซึ่ง ไมโตคอนเดรีย ทำหน้าที่คล้ายโรงงานไฟฟ้า เป็นส่วนของการผลิตพลังงานภายในเซลล์ เอนไซม์ของไมโตคอนเดรีย มีความจำเป็นในการผลิตฟอสเฟสพลังงานสูงที่เรียกว่า “อะดีโนซีน ไตรฟอสเฟส” หรือ “ATP” ซึ่งเป็นจุดที่การทำงานภายในเซลล์ทั้งหมดต้องพึ่งพา ชี้ให้เห็นว่า ไมโตคอนเดรีย เป็นพื้นที่ที่มีกระบวนการ Oxidative เกิดขึ้น นั้นหมายความว่า ไมโตคอนเดรีย นอกจากการสร้างพลังงานให้กับร่างกายแล้ว ยังเป็นแหล่งที่ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระจำนวนมาก และเกิดขึ้นทุกเวลา ด้วยเช่นกัน

โคเอนไซม์คิว 10 ถูกค้นพบครั้งแรกจากไมโตคอนเดรีย ของหัวใจวัว โดยนาย แพทย์เฟรเดริค เครน, นายแพทย์คาร์ว โฟล์คเคอร์ และเพื่อนร่วมงานในบริษัท Merck ได้ค้นพบโครงสร้างทางเคมีที่แน่นอนของโคเอนไซม์คิว 10 และเริ่มสังเคราะห์มันได้ในปี 1958 เมื่อถึงช่วงกลาง ค.ศ.1970 ผู้เชี่ยวชาญของญี่ปุ่นได้ผลิตเทคโนโลยีที่มีความสมบูรณ์แบบเพื่อใช้ในการผลิต โคเอนไซม์คิว 10 ได้จำนวนมาก

** กระบวนการ Oxidative Stress คือ ภาวะที่มีอนุมูลอิสระมาก จนสารต้านอนุมูลอิสระมีไม่เพียงพอที่จะกำจัดอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นมากมายนั้นได้ในทันที จากสาเหตุดังกล่าวส่งผลให้เกิดการทำลาย DNA, โปรตีน, ไขมัน และโมเลกุลขนาดเล็กอื่นๆ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

  • Bionutrition, นายแพทย์เรย์ ดี. แสตรนด์
Please Login to Comment.