Posted on Leave a comment

เอนไซม์ (Enzyme)

Spread the love

เอนไซม์ (Enzyme)

เอนไซม์ เป็นตัวจุดประกายของชีวิตที่อยู่ในร่างกาย ถ้าหากในร่างกายของเราไม่มี เอนไซม์ ร่างกายก็ไม่สามารถย่อยอาหารและดูดซึมอาหารไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ ดังนั้น เอนไซม์ จึงเป็นตัวช่วยเร่งปฏิกิริยาเคมี หรือตัวคะตะไลต์ (catalyst) ที่จำเพาะ ซึ่งจะทำงานร่วมกับโคเอนไซม์ โคเอนไซม์ในที่นี้ก็ คือ พวกวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายนั่นเอง โดยวิตามินนั้นไม่สามารถถูกกระตุ้นให้ทำงานได้ ถ้าหากไม่ได้ทำงานร่วมกับเอนไซม์

ดร.เอ็ดเวิร์ด เฮาเวลล์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโภชนาการ ซึ่งเป็นบุคคลแรกที่ได้มีการศึกษาเกี่ยวกับเอนไซม์ ในช่วงระหว่าง ปี พ.ศ. 2476 – 2486 กล่าวว่า “เรามีแหล่งพลังงานจาก เอนไซม์ มาตั้งแต่แรกเกิด เปรียบเสมือนกับแบตเตอรี่อันใหม่ เมื่อใช้ไประยะหนึ่ง แบตเตอรี่ ดังกล่าวก็จะหมดอายุการใช้งานไป ร่างกายเราก็เช่นกัน ถ้าหากมีการใช้แหล่งพลังงานจากเอนไซม์ไปมากเท่าไหร่ ชีวิตเราก็จะ สั้นมากขึ้นเท่านั้น” เนื่องจาก เรามีแหล่งพลังงานจากเอนไซม์อันจำกัด แหล่งพลังงานนี้ก็จะสูญหายไปได้เรื่อย ๆ จากนิสัยการบริโภคอาหารของเรา เช่น การรับประทานอาหารที่ปรุงแต่งด้วยสารเคมีต่าง ๆ มากเกินไป เช่น สารกันบูด, การปรุงอาหารด้วยความร้อน, การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, การรับประทานยา หรือแม้แต่การรับประทานอาหารขยะ หรือพวกฟาสต์ฟูด ก็มี ส่วนในการทำลายเอนไซม์ในร่างกายของเราทั้งสิ้น

หน้าที่ของเอนไซม์ในร่างกาย หน้าที่ที่แท้จริงของเอนไซม์ ได้แก่ ย่อยอาหาร, นำส่งสารอาหารไปเลี้ยงเซลล์, สลายสารพิษ, ทำให้เลือดบริสุทธิ์ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง, สร้างโปรตีนในกล้ามเนื้อ, ช่วยให้กล้ามเนื้อหดตัว กำจัดคาร์บอนไดออกไซด์จากปอด และลดความเครียดของตับอ่อน และอวัยวะอื่นๆ

เอนไซม์สามารถจำแนกออกได้ 2 ชนิด คือ

  • เมตาโบลิกเอนไซม์ (metabolic enzyme) เป็นเอนไซม์ที่ช่วยนำสารอาหารไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย ช่วยสร้างพลังงานให้กับร่างกาย ซ่อมแซมส่วนสึกหรอ บำบัด และรักษาโรคภัยไข้เจ็บของร่างกาย
  • ไดเจสทีฟเอนไซม์ (digestive enzyme) เป็นเอนไซม์ที่ช่วยในการทำงานของระบบย่อยอาหาร หากไม่มีเอนไซม์ชนิดนี้แล้ว ร่างกายจะไม่สามารถย่อยอาหารให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้

อาหารจากธรรมชาติต่าง ๆ ล้วนแต่มีเอนไซม์อยู่ด้วยเพื่อที่จะช่วยในการย่อยสิ่งต่างๆ ที่ เรารับประทานเข้าไป เช่น แป้ง ไขมัน โปรตีน เส้นใย น้ำตาลและนม เป็นต้น โดยเฉพาะใน ผัก-ผลไม้ที่ยังไม่ผ่านการแปรรูป หรือการปรุงสุก จะพบเอนไซม์เหล่านี้อยู่มาก เอนไซม์ใน อาหารเหล่านี้สามารถจำแนก ได้เป็น 7 ประเภท คือ

  • ไลเปส (Lipase) เป็นเอนไซม์ที่ช่วยสลายอาหารจำพวกไขมัน(Fat) ได้ Fatty Acid + Glycerol
  • โปรทีเอส(Protease) เป็นเอนไซม์ที่ช่วยสลายอาหารจำพวกโปรตีน
  • เซลลูเลส(Cellulase) เป็นเอนไซม์ที่ช่วยสลายอาหารพวกเส้นใยพืชต่าง ๆ
  • อะไมเลส(Amylase) เป็นเอนไซม์ที่ช่วยสลายอาหารจำพวกแป้ง
  • แลกเทส(Lactase) เป็นเอนไซม์ที่ช่วยสลายอาหารจำพวกนม ย่อย Lactose ได้ Glucose + Galactose
  • ซูเครส(Sucrase) เป็นเอนไซม์ที่ช่วยสลายอาหารจำพวกน้ำตาล
  • มอลเทส(Maltase) เป็นเอนไซม์ที่ย่อยน้ำตาลมอลโทสให้เป็นกลูโคส (ข้าว, มัน )

เอนไซม์ ที่จัดอยู่ในกลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ หรือสารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่พบในร่างกาย ได้แก่

  • ซุปเปอร์ออกไซด์ ดิสมิวเทส, Superoxide dismutase (SOD)
  • คะตาเลส, Catalase (CAT)
  • กลูตาไทโอน เปอร์ออกซิเดส, Glutathione peroxidase (GPX)
  • กลูตาไทโอน รีดักเทส, Glutathione reductase (GR)
  • เอนไซม์กลูตาไธโอน ทรานสเฟอเรส, Glutathione S-transferase (GST)

ดร.เอ็ดเวิร์ด เฮาเวลล์ ยังได้ค้นพบว่า คุณภาพชีวิตและระดับพลังงานในร่างกายของเรานั้นขึ้นอยู่กับเอนไซม์ทั้งหลาย ถ้าหากร่างกายของเรามีเอนไซม์อยู่น้อยก็จะทำให้เรามีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ ซึ่ง มีผู้ประมาณการเอาไว้ว่าประมาณร้อยละ 80 ของโรคในร่างกายมีสาเหตุมาจากร่างกายไม่สามารถย่อยอาหารได้ และนอกจากนี้สารบางอย่างซึ่งเป็นพวกสารปนเปื้อนในอาหารก็จะถูกร่างกายดูดซึมเข้าไปด้วย

เราได้รับเอนไซม์ที่สะสมในร่างกายมาตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งปริมาณของเอนไซม์จะลดลงเรื่อยๆ ตามช่วงของอายุ ดังนั้น จึงมักพบว่าในผู้ใหญ่ จะมีประสิทธิภาพในการผลิตเอนไซม์ของร่างกายลดลง ทำให้เกิดปัญหาของการพร่องเอนไซม์ในร่างกาย และนอกจากนี้สาเหตุของการขาดเอนไซม์ยังเกิดจากการที่เอนไซม์สูญเสียสภาพไป อันเนื่องมาจากการผ่านขั้นตอนต่างๆ ในกระบวนการปรุงอาหาร โดยเฉพาะความร้อน เป็นต้น

สารสกัดกระเทียมและสารประกอบในกลุ่มออร์แกโนซัลเฟอร์ สามารถกระตุ้น การทำงานของเอนไซม์ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระในตับ เช่น กลูทาไธโอนเปอร์- ออกซิเดส (Glutathione Peroxidase) คะตาเลส (Catalase) ซูเปอร์ออกไซด์ดิสมิวเตส (Superoxide Dismutase) ซึ่งผลจากการ ทดลองในสัตว์พบว่า กระเทียมสามารถลดอาการข้างเคียงของยาไซโคลสปอริน ที่มีฤทธิ์กดภูมิคุ้มกันของผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ ที่ทำให้เกิดพิษต่อไตและตับได้

การเพิ่มปริมาณเอนไซม์ ให้กับร่างกายของเรา ซึ่งพบว่ามีอยู่ 2 วิธีด้วยกัน คือในวันหนึ่งๆ เราควรรับประทานอาหารจำพวก ผักสดและผลไม้สด ให้ได้อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของอาหารทั้งหมดที่เรารับประทานเข้าไป เพื่อร่างกายของเราจะได้ไม่ขาดเอนไซม์และสุขภาพร่างกายของเราก็จะดีด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

  • สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(สสวท.), ดร. วนิดา ธนประโยชน์ศักดิ์
  • ผู้จัดการออนไลน์. เคล็ดลับเอนไซม์บำบัด กินอาหารให้ได้ครึ่งหนึ่ง. 14 มีนาคม 2549.
  • http://frynn.com/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%8B%E0%B8%A1%E0%B9%8C/
  • Enzyme therapy for your help. (online). Available:http://health2us.com/enzyme.html Retrived April 10, 2007
  • Enzyme therapy. (online). Available:http://library.thinkquest.org/24206/enzyme-therapy.html Retrived April 10, 2007.
  • EnzymeWhat the Expert know. (online). Available:http://www.enzymetherapybook.com Retrived April 18, 2007.
Please Login to Comment.