Posted on Leave a comment

เอนไซม์(Enzymes) #02

Spread the love

เอนไซม์(Enzymes) #02

อาหารที่เราทานเข้าไปจะต้องถูกย่อยด้วยน้ำย่อยที่เป็นเอ็นไซม์ในกระเพาะ ใช้เวลาประมาณ 1-1 ชม.ครึ่ง ซึ่งเอ็นไซม์ที่ใช้ย่อยอาหารในจุดนี้ คือ เอ็นไซม์ช่วยย่อย(Digestive enzymes) จุดที่ทำการย่อยอาหารในกระเพาะนี้ ใช้เวลาค่อนข้างสั้นมาก ซึ่งน้ำย่อยจากร่างกายเองมักจะไม่พอ หากเราทานอาหารที่ผ่านการทำให้สุก ทำให้แห้ง หรือการทำให้สุกด้วยความร้อน เอ็นไซม์ที่ติดมากับอาหารเมื่อถูกความร้อนเกินกว่า 40 องศาเซลเซียส ก็จะถูกทำลายไปหมด ซึ่งจริงๆแล้ว อาหารสด จะยังมีเอ็นไซม์ในตัวมันเอง มันจะช่วยเพิ่มเอ็นไซม์ช่วยย่อยได้

80 เปอร์เซ็นต์ของพลังงานในร่างกาย จะถูกใช้ในกระบวนการย่อยอาหาร หากร่างกายอ่อนเพลีย เครียด อยู่ในสภาพอากาศที่ร้อนหรือเย็นจัด ขณะตั้งครรภ์ หรือการเดินทางโดยเครื่องบินบ่อยๆ ร่างกายจะต้องการเอ็นไซม์เสริมเป็นจำนวนมาก เนื่องจาก กระบวนการทำงานทั้งหมดของร่างกาย ต้องอาศัยเอ็นไซม์ เราจึงต้องเสริมเอ็นไซม์ให้กับร่างกาย อายุที่มากขึ้น ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งของการผลิตเอ็นไซม์ที่ลดลง การขาดเอ็นไซม์ จึงเป็นต้นสาเหตุหลักของโรคต่างๆ ได้

ภาวะการขาดเอ็นไซม์ เมื่อร่างกายย่อยอาหารในกระเพาะได้ไม่หมด เนื่องจากขาดเอ็นไซม์ ร่างกายก็จะต้องไปดึงเอ็นไซม์มาจากตับอ่อน ซึ่งมีอยู่น้อยมาก แต่มีประโยชน์มาก ซึ่งเอนไซม์จากตับอ่อน เป็นเอนไซม์ที่ใช้ในการเผาผลาญพลังงาน (Matabolic Enzyme) และเป็นเอ็นไซม์ที่ถูกสร้างขึ้นมาในปริมาณที่จำกัด เพื่อที่จะนำเอาอาหารที่ถูกย่อยแล้ว ไปบำรุงรักษา หรือให้อาหารแก่เซลล์ในส่วนต่างๆ ของร่างกาย ดังนั้น เอ็นไซม์เหล่านี้ จึงเป็นเอ็นไซม์ที่มีค่ามาก และมีอย่างจำกัด เป็นเอ็นไซม์ที่ช่วยนำอาหารที่ถูกย่อยแล้วไปให้เซลล์ต่างๆ ของร่างกาย

โดยธรรมชาติแล้วร่างกายของเรามีเอนไซม์อยู่อย่างจำกัด ถ้าเรากินอาหารไม่ดี หรือสร้างเอนไซม์ได้น้อย เราก็จะสูญเสียเอนไซม์ที่ใช้สำหรับการย่อย (Digestive Enzyme) ไปมากขึ้น และถ้าเรามีเอนไซม์สำหรับการย่อยไม่เพียงพอ ร่างกายก็จะใช้เอนไซม์เผาผลาญพลังงาน (Matabolic Enzyme) มาช่วยในการย่อยต่อ

ดังนั้น หากเราทานอาหารที่ผ่านการปรุงสุกเข้าไปในร่างกายเป็นประจำ เอ็นไซม์ช่วยย่อยก็จะไม่พอ และจะมีการนำเอาเอ็นไซม์ Matabolic Enzyme ที่มีอยู่อย่างจำกัด เอามาช่วยย่อยอาหาร เมื่ออาหารถูกย่อยแล้ว เช่น แป้ง เมื่อถูกย่อยเป็นน้ำตาลแล้ว หากเราขาดเอ็นไซม์ที่จะนำเอาอาหารไปสู่เซลล์ อาหารที่ถูกย่อยแล้ว ที่เป็นน้ำตาลก็จะยังคงค้างอยู่ในกระแสเลือดหากสะสมนานๆ ก็จะทำให้เราเป็นเบาหวาน และนำไปสู่การรักษาเบาหวานกันที่ปลายเหตุ กล่าวคือ พอน้ำตาลสูง เราก็ไปกระตุ้นให้ตับอ่อนขับอินซูลินเพิ่มขึ้นอีก เมื่ออินซูลิน ถูกบังคับให้ออกมามากๆ ต่อไปนานๆ มีผลทำให้ทั้งตับอ่อน และไต จะเสื่อมประสิทธิภาพ และจะทำให้เราเป็นโรคเบาหวานขั้นเรื้อรัง จากโรคเบาหวาน ก็จะนำไปสู่โรคไต ตามมาเป็นลำดับ

หน้าที่ที่สำคัญของเอ็นไซม์มี 2 ส่วน คือ

ไดเจสทีฟ เอนไซม์ (Digestive Enzyme) คือ เอ็นไซม์ช่วยย่อย ทำหน้าที่ย่อยอาหารให้เล็กลง พอที่จะผ่านเซลล์ผนังลำไส้ได้ แล้วนำสารอาหารเข้าสู่กระแสเลือดต่อไป การย่อยอาหาร เป็นหน้าที่สำคัญอย่างหนึ่งของร่างกาย เมื่อเรารับประทานอาหาร เอ็นไซม์สำหรับย่อยอาหาร จะถูกดึงมาจากทุกระบบของร่างกายในทันที เพื่อทำการย่อยอาหาร แต่ทว่าเอ็นไซม์ย่อยอาหารยังมีหน้าที่อย่างอื่นอีก ได้แก่ การซ่อมแซม ควบคุม และกระตุ้นระบบอื่นๆ ของร่างกายอีกด้วย หากไม่มีการเสริมเอ็นไซม์เข้าไปพร้อมกับอาหารอย่างเพียงพอ กิจกรรมต่างๆ ของเอ็นไซม์ในร่างกาย จำเป็นต้องหยุดการทำงานชั่วคราว เพื่อส่งเอ็นไซม์ที่สำคัญเหล่านี้ ให้เอาไปใช้ในระบบการย่อยอาหารแทน ดังนั้น วิธีที่จะแก้ปัญหาที่จะทำให้ร่างกายไม่ต้องไปเอาเอ็นไซม์ที่อยู่ในระบบอื่นของร่างกายที่มีหน้าที่สำคัญกว่าการนำไปใช้ย่อยอาหาร คือ ควรรับประทานอาหารที่ไม่ผ่านการปรุงด้วยความร้อน ร่วมกับการรับประทานอาหารปกติด้วยเสมอ อาหารที่ไม่ผ่านการปรุงด้วยความร้อนจะมีเอ็นไซม์เพียงพอที่จะย่อยตัวเองอยู่แล้ว ส่วนอีกวิธีที่ได้ผลเช่นกัน คือ ให้รับประทานเสริมที่สกัดจากจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ รวมทั้งจุลินทรีย์ที่ใช้ทำนมเปรี้ยวและยีสต์

เมตาบอลิก เอนไซม์ (Metabolic Enzyme) เป็นเอ็นไซม์ในระบบเผาผลาญของร่างกาย ช่วยรักษาการทำงานของระบบเผาผลาญให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ได้แก่ การสลายไขมัน การลำเลียงอาหารเข้าสู่เซลล์ การแจกจ่ายพลังงานไปยังเซลล์ที่ต้องการ ทุกกลไกของร่างกายตั้งแต่การสร้างกล้ามเนื้อ กระดูก เส้นประสาท ต่อมและฮอร์โมนต่างๆ ไปจนถึงการกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย ล้วนต้องอาศัยการทำงานของเอ็นไซม์ทั้งสิ้น หรือแม้กระทั่งสุขภาพของผิวพรรณ ลำไส้ หัวใจ และสมองที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปอด ไต และฮอร์โมนที่ทำงานอย่างเต็มที่ ล้วนต้องอาศัยเอ็นไซม์ทั้งหมด

ผลเสียของการย่อยอาหารที่ไม่สมบูรณ์ การย่อยอาหารประเภทคาร์โบไฮเดตร เช่น แป้ง ผัก และผลไม้ที่ไม่สมบูรณ์ จะทำให้เกิดการหมักลำไส้ หากเป็นอาหารกลุ่มไขมัน เช่นผลิตภัณฑ์จากนม น้ำมันต่างๆ ที่ใช้ในการทอด จะเหม็นหืน ถ้าเป็นอาหารกลุ่มโปรตีน เช่น ถั่ว เนื้อสัตว์ต่างๆ ก็จะเน่าส่งผลให้เกิดอาหารท้องผูก เกิดแก๊สในกระเพาะ ท้องอืด ท้องเฟ้อ ลมหายใจเหม็นได้

เอ็นไซม์จากธรรมชาติ เอ็นไซม์ คือ โมเลกุลโปรตีนที่มีพลังงานสูง ร่างกายสามารถรับเอ็นไซม์ได้จาก 2 ทาง คือ การผลิตขึ้นเอง และการได้รับจากอาหาร แต่ปัญหาก็คือ เมื่ออายุเพิ่มขึ้น การผลิตเอ็นไซม์จะมีประสิทธิภาพลดลง ส่วนเอ็นไซม์ที่ควรได้รับจากอาหาร ก็จะถูกทำลายไปหมดด้วยความร้อนที่ใช้ในการปรุงอาหาร ผลก็คือ หากเราไม่สามารถรับประทานผัก-ผลไม้สด ได้ ร่างกายของเราก็จะได้รับเอ็นไซม์ไม่เพียงพอ นอกจากนี้ ร่างกายยังต้องการกรดอะมิโนที่สมดุลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อทดแทนการสูญสียเอ็นไซม์ที่ใช้ในกระบวนการเผาผลาญ ซึ่งหากระบบการย่อยอาหารทำงานได้ไม่สมบูรณ์ ปริมาณของกรดอะมิโนที่ร่างกายควรจะได้รับก็ลดลง ส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถทดแทนเอ็นไซม์ที่ใช้ในกระบวนการเผาผลาญได้อย่างเพียงพอ

ดร.เอ็ดเวิร์ด เฮาเวลล์ นักวิจัยผู้ศึกษาเรื่องเอ็นไซม์ในอาหารกับสุขภาพ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2473 กล่าวไว้ในหนังสือ “โภชนาการเอ็นไซม์” ไว้ว่า ร่างกายของเราก็เหมือน สมุดบัญชีเอ็นไซม์ เซลล์ในร่างกายจำนวนนับล้านล้านเซลล์ทำงานอยู่ตลอดเวลา เพื่อรักษาระดับเอ็นไซม์ให้สมดุลย์ เพื่อระบบต่างๆ ของร่างกายจะทำงานได้ตามปกติ ดังนั้น เอ็นไซม์ในอาหารที่เรารับประทาน จึงเป็นแหล่งเสริมเอ็นไซม์เพียงแหล่งเดียวจากภายนอก เมื่อร่างกายต้องเผชิญกับโรคติดเชื้อ การออกกำลังกายที่หนักเกินไป ความเครียด การอาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษ อารมณ์โกรธ การกินอาหารที่มีแต่ไขมัน เหล่านี้เป็นภาวะที่ทำให้ร่างกายสูญเสียเอ็นไซม์เป็นอย่างมาก ระดับการสะสมเอ็นไซม์ในสมุดบัญชีก็ลดลงมาก ร่างกายก็จะเผชิญกับสภาวะล้มละลาย มีวิธีแก้ก็คือ การรับประทานเอ็นไซม์เสริมเข้าไป โดยการรับประทานเอ็นไซม์จากจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ทั้งจากนมเปรี้ยวและยีสต์ และการรับประทานผัก-ผลไม้สด ร่างกายก็จะได้รับเอ็นไซม์เพียงพอ

ดร.วิคโตราส คัลวินสแคส มีงานวิจัยด้านโภชนาการเอนไซม์พบว่า กรดในกระเพาะอาหารที่ดูเหมือนว่าจะหยุดการทำงานของเอนไซม์ที่ได้จากอาหาร แต่เมื่อเอนไซม์เดินทางมาถึงลำไส้เล็กแล้วก็จะกลับตื่นฟื้นขึ้นมาทำงานได้อีกครั้งตามปกติในสภาพวะความเป็นด่าง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

  • ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล, Anon Biotec
  • เอนไซม์กับพืชและรา, มหาวิทยาลัยมหิดล, http://www.il.mahidol.ac.th/e- media/enzyme/chapter6/ch6t1_3.html
  • http://www.livestrong.com/article/107535-benefits-papaya-enzyme- supplements/
  • ประโยชน์ของเอนไซม์, http://frynn.com/
  • มหัศจรรย์เอนไซม์, ผู้จัดการออนไลน์, http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx? NewsID=9560000032216
Please Login to Comment.