AstaCarotenoid Complex

AstaCarotenoid Complex

฿630.00

AstaCarotenoid Complex บำรุงสุขภาพดวงตา ปกป้องสายตา ป้องกันรังสีจากแสงแดดที่เป็นอันตรายต่อดวงตา อาการตาแห้ง แสบตา สายตาเหนื่อยล้าจากจอคอมพิวเตอร์ และการอ่านหนังสือ

มีสินค้าอยู่ 3

รหัสสินค้า: F1C1R13CG009 หมวดหมู่: ,

รายละเอียด

AstaCarotenoid Complex

AstaCarotenoid Complex ขนาดบรรจุ: 30 แคปซูล (Veggie Softgels)

ขนาดรับประทาน: วันละ 1 แคปซูล พร้อมอาหาร

    ผลิตโดยบริษัท California Gold Nutrition, สหรัฐเมริกา

    หมดอายุ: 10/2021

    ส่วนประกอบสำคัญใน 1 แคปซูล

    • เบต้าคาร์โรทีน, Beta-Carotene (equivalent to 900 mcg RAE or 3,000 IU vitamin A [retinol]) (from non-gmo palm [elaeis guineensis] fruit ) (EVTene™) 1,800 mcg
    • ลูทีน, Lutein (from Marigold flowers extract) (tagetes spp.) (mGold) 20 mg
    • ไลโคปีน, Lycopene (from Non-GMO Tomato Extract) (Lyc-O-Mato) 10 mg
    • แอสต้าแซนธิน, Astaxanthin (from Haematococcus pulvialis) 4 mg
    • ซีแซนทีน, Zeaxanthin (from Marigold Flowers Extract) (Tagetes spp.) (mGold) 1 mg
    • ไฟโคไซยานิน, Phycocyanin (from Arthrospira platensis) 1,000 mcg
    • แอลฟา-แคโรทีน, Alpha-carotene (from Non-GMO palm [Elaeis guineensis] fruit) (EVTene™) 900 mcg
    • แกมม่าแคโรทีน, Gamma-Carotene (from Non-GMO palm [Elaeis guineensis] fruit) (EVTene™) 6 mcg

    ลูทีนและซีแซนทีน(Zeaxanthin&Lutein) บำรุงสุขภาพดวงตา ปกป้องสายตา ป้องกันรังสีจากแสงแดดที่เป็นอันตรายต่อดวงตา ป้องกันโรคที่เกิดกับดวงตาเช่น อาการแพ้แสง เคืองตา ตาแห้ง โรคต้อหิน ต้อกระจก แนะนำสำหรับท่านที่ใส่คอนแทคเลนส์ สายตาเหนื่อยล้าจากจอคอมพิวเตอร์ และการอ่านหนังสือ

    ลูทีน (Lutein) ลูทีนเป็นแคโรทีนอยด์สีเหลือง พบมากในดอกดาวเรือง ซึ่งมีส่วนอย่างมากในการต่อต้านสารต้านอนุมูลอิสระ ลูทีนพบได้ทั่วไปในผักใบเขียว มีส่วนสำคัญในการบำรุงสายตา โมเลกุลของลูทีนพบในปริมาณสูงในจุดของดวงตา โดยเฉพาะพื้นที่ของเรตินาที่เกี่ยวกับการรับภาพ ซึ่งจะช่วยในการดูดซับแสงสีน้ำเงินในแถบสีการมองเห็นและช่วยปกป้องการทำลายของคลื่นสั้น ที่มีต่อเยื่อบุผิวเรตินาจากการศึกษา พบว่า ระดับลูทีน 2.0 – 6.9 มิลลิกรัมต่อวัน จะช่วยป้องกันความเสื่อมของจุดด่างในดวงตาได้สารลูทีนจะช่วยสร้าง สารต้านอนุมูลอิสระในการป้องกันเยื่อแก้วตา (retina)

    ซีแซนทีน (zeaxanthin) คือ รงควัตถุ (pigment) ในกลุ่มแคโรทีนอยด์ (carotenoid) แต่มีคุณสมบัติแตกต่างจากแคโรทีนอยด์ชนิดอื่น คือจะไม่เปลี่ยนเป็นวิตามินเอ (vitamin A) เป็นส่วนประกอบสำคัญในจอตา มีประโยชน์ในการป้องกัน และรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับ สายตา ในด้านต่างๆ ดังนี้

    • zeaxanthin เป็นองค์ประกอบสำคัญในจอตา (Retina) โดยเฉพาะส่วนที่เรียกว่า Macular ซึ่งเป็นชั้นของเม็ดสี ทำหน้าที่กรองแสงที่จะผ่านเข้าสู่จอตาและช่วยลดการสะท้อนของแสง ป้องกันรังสีจากแสงแดดที่เป็นอันตรายต่อดวงตา ทำให้มีคุณสมบัติช่วยป้องกันโรคหลายชนิด อาทิเช่น โรคต้อกระจก โรคจอรับภาพเสื่อม โรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็นสารที่เหมาะกับผู้ใช้สายตามาก ผู้สูงอายุ ผู้ที่ทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ หรืออยู่กับแสงสว่างจ้า กลางแดด ผู้ที่ต้องขับรถกลางคืนบ่อยๆ ผู้ที่โดนแฟลซ ดูโทรทัศน์มากและนาน ผู้ป่วยเบาหวาน โรคหัวใจ รวมทั้งมะเร็งเต้านม
    • ช่วยบำรุงสุขภาพดวงตาโดยการลดอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องจอตาจากการถูกทำลายโดยแสงสีฟ้า และแสงใกล้อุลตร้าไวโอเลต (Ophthalmoprotective) เช่น แสงจากจอคอมพิวเตอร์ แสงจากดวงอาทิตย์
    • ป้องกันการเกิดจอประสาทตาเสื่อมในผู้สูงอายุ (Age-Related Macular Degeneration; AMD) อันเป็นสาเหตุของโรคต้อหิน ต้อกระจก ซึ่งเป็นภาวะความเสื่อมที่เกิดขึ้นบริเวณ Macula ของจอตา ถ้าชั้นเม็ดสีบริเวณนี้ถูกทำลายมากจะทำให้เกิดความเสียหายต่อส่วนที่ใช้รับภาพได้ (Photoreceptors) อาจส่งผลให้การรับภาพและการมองเห็นสูญเสียไป
    • มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ทั่วร่างกาย

    แอสตาแซนธิน(Astaxanthin) คือ สารสีแดงที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มของแคโรทีนอยด์(carotenoids) ที่เกิดจากธรรมชาติ พบได้มากในสาหร่ายทะเลสีแดง, ในเนื้อสีส้มของปลาแซลมอน, ปลาเทราต์, กุ้งล็อบสเตอร์ หรือแม้กระทั่งสีแดงในกุ้งฝอยก็มีสารแอสตาแซนธิน และในอาหารทะเลต่างๆ สารสีแดงจากอาหารทะเลเหล่านี้ อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ คือ แอสตาแซนธิน(Astaxanthin) ที่ช่วยปกป้องตัวเองจากการถูกทำลายของอนุมูลอิสระจากรังสียูวีในแสงแดด

    จากงานวิจัยพบว่า แอสต้าแซนธิน(Astaxanthin) มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าสารต้านอนุมูลอิสระทั่วไป มีผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ทำการศึกษาประสิทธิภาพของสารต้านอนุมูลอิสระ แอสต้าแซนธิน พบว่ามีความสามารถ ในการต้านอนุมูลอิสระ ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า วิตามินซี 6000 เท่า, สูงกว่า CoQ10 800 เท่า, สูงกว่า วิตามินอี 550 เท่า, สูงกว่าชาเขียว 550 เท่า สูงกว่า Alpha lipoic acid 75 เท่า, สูงกว่า เบต้า-แคโรทีน 40 เท่า, และสูงกว่าสารสกัดจากเมล็ดองุ่น 17 เท่า

    ไลโคปีน (Lycopene) เป็นสารสำคัญที่พบได้ ในผลมะเขือเทศ จัดเป็นสารประกอบในกลุ่มแคโรทีนอยด์ชนิดหนึ่งใน 600 ชนิด พบไลโคปีนได้ใน มะเขือเทศ ฟักข้าว แตงโม เกรพฟรุตสีชมพู ฝรั่งสีชมพู และมะละกอ เป็นต้น ซึ่งพบไลโคปีนในปริมาณตั้งแต่ 0.9 –9.30 กรัม ใน 100 กรัมของมะเขือเทศสด มะเขือเทศที่ผ่านความร้อนจะทำให้การยึดจับของไลโคปีนกับเนื้อเยื่อของมะเขือเทศอ่อนตัวลง ทำให้ไลโคปีนถูกร่างกายนำไปใช้ได้ดีกว่า

    งานวิจัยจากสาขาวิชาสารอาหารและระบาดวิทยา ภาควิชาสาธารณสุข มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พบว่า ไลโคปีน มีประสิทธิภาพในการระงับอนุมูลอิสระที่จะทำลายผนังเยื่อหุ้มเซลล์ ซึ่งเป็นสาเหตุนำไปสู่โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด ไลโคปีน เป็นสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยชรา โดยทําหน้าที่ช่วยปกป้องการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกายจากการทําร้ายของอนุมูลอิสระ ขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่เติมน้ำและความชุ่มชื้นเสมือนเป็นการสร้างเกราะป้องกันให้กับคอลลาเจนในชั้นผิว ช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของผิวพรรณได้ ส่งผลให้ผิวพรรณเนียนนุ่มขึ้น ช่วยสร้างความสดใสให้กับผิวพรรณแบบธรรมชาติ โดยช่วยเสริมให้สุขภาพโดยรวมดูดีจากภายในสู่ภายนอก

    นักวิจัยชาวฟินแลนด์ ได้รายงานผลการวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสารด้านประสาทวิทยา แสดงให้เห็นถึงการเชื่อมโยงระหว่างระดับไลโคปีนในเลือดนำไปสู่การป้องกันเส้นเลือดอุดตันในสมอง โดยหลังการติดตาม กลุ่มตัวอย่างที่เป็นชายวัยกลางคน จำนวน 1,000 คน เป็นเวลา 12 ปี พบว่า ชายที่มีระดับไลโคปีนในเลือดสูง มีส่วนสำคัญในการช่วยลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคเส้นเลือดสมองตีบ โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดทุกประเภท และป้องกันการเกิดเส้นเลือดอุดตันและลิ่มอุดตันได้มากถึง 59%

    รายงานวิจัย พบว่าไลโคปีน มีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยเฉพาะการลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งที่อวัยวะต่างๆ ที่ชัดเจนที่สุด คือ มะเร็งต่อมลูกหมาก รองลงมา คือมะเร็งปอด กระเพาะอาหาร นอกจากนี้ก็ยังแสดงให้เห็นประโยชน์ของการได้รับไลโคปีนในการลดความเสี่ยงของมะเร็งชนิดต่างๆ เช่น มะเร็งตับอ่อน มะเร็งลำไส้ใหญ่ (colon) มะเร็งทวารหนัก มะเร็งคอหอย มะเร็งช่องปาก มะเร็งเต้านม มะเร็งช่องปาก เป็นต้น

    แอลฟา เบต้า และแกมม่าคาร์โรทีน (Beta & Gamma-Carotene) มีคุณสมบัติเป็นโปรวิตามินเอ (Pro Vitamin A) โดยร่างกายสามารถเปลี่ยนคาร์ทีนอยด์ชนิดนี้ไปสร้างเป็นวิตามินเอได้ บำรุงสายตา ช่วยให้มองเห็นในตอนกลางคืนได้ดีขึ้น เพิ่มระบบภูมิต้านทาน ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด รังสียูวี ต้านอนูมูลอิสระ ให้ผิวพรรณสดใส

    เบต้าคาร์โรทีนและแกมม่าคาร์โรทีน

    • การปกป้องผิว จากการถูกทำลายด้วยรังสียูวีจากแสงแดด ซึ่ง เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดผิวอักเสบ ร้อนแดง ผิวไหม้แดด ผิวหยาบกร้าน หมองคล้ำ การได้รับ เบต้าคาร์โรทีนอย่างต่อเนื่อง เม็ดสีของเบต้าคาร์โรทีนจะสะสมในชั้นใต้ผิวหนัง จะช่วยปกป้องผิวที่อาจเกิดอันตรายจากแสงแดดได้เป็นอย่างดี
    • ออกฤทธิ์ต้านสารอนุมูลอิสระ(Anti-Oxidant) เบต้าคาร์โรทีนและคาร์โรทีนอยด์ มีคุณสมบัติในการกำจัดอนุมูลอิสระได้ดี จึงช่วยปกป้องเซลล์ต่างๆ ของร่างกายจากการเข้าทำลายของอนุมูลอิสระ ที่เป็นสาเหตุสำคัญนำไปสู่การเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น การแก่ก่อนวัย โรคมะเร็ง โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด โดยพบว่าหากรับประทานเบต้าคาร์โรทีนร่วมกับวิตามินอี และวิตามินซี จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการปกป้องเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายได้ดียิ่งขึ้น
    • เบต้าคาร์โรทีน ช่วยกระตุ้นเซลล์ภูมิต้านทานในร่างกาย (T-helper cell) ให้มีประสิทธิภาพการทำงานต้านสิ่งแปลกปลอมได้ดีขึ้น
    • มีคุณสมบัติเป็นโปรวิตมินเอ(Pro Vitamin A) โดยสามารถเปลี่ยนเป็นวิตามิน เอ ได้ทันทีในยามที่ร่างกายต้องการวิตามินเอ เบต้าคาร์โรทีน จัดว่าเป็นสารอาหารที่มีความสำคัญ โดยเฉพาะกรณีที่ร่างกายได้รับวิตามินเอไม่เพียงพอ ซึ่งวิตามินเอมีความสำคัญมากต่อดวงตา ช่วยให้เรามองเห็นได้ดีในที่มืด ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันโรคตาบอดกลางคืน (Night blindness) ป้องกันการเกิดต้อกระจก ลดความเสี่ยงในการเกิดต้อกระจก และชะลอการเสื่อมของจอประสาทตา

    แอลฟาแคโรทีน (Alpha Carotene) คือ สารพฤกษเคมีในกลุ่มแคโรทีนอยด์ มีคุณสมบัติเป็นโปรวิตามินเอ (Pro Vitamin A) ที่ร่างกายสามารถนำไปสร้างเป็นวิตามินเอได้ มีการวิจัยค้นพบว่า แอลฟาแคโรทีนมีประสิทธิภาพสูงกว่าเบต้าแคโรทีนถึง 10 เท่า ในคุณสมบัติการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันความเสื่อมของเซลล์ดวงตา เซลล์ผิวหนัง

รีวิว

ยังไม่มีบทวิจารณ์

มาเป็นคนแรกที่วิจารณ์ “AstaCarotenoid Complex”