กรดโฟลิก, Folic Acidกรดโฟลิก, Folic Acid

กรดโฟลิก (Folic Acid)

฿270.00

กรดโฟลิก (Folic Acid)+วิตามินบี12 (Vitamin B12) จำเป็นต่อการสังเคราะห์ DNA การสร้างน้ำนม โรคโลหิตจาง ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหัวใจล้มเหลว ช่วยให้ผิวพรรณมีสุขภาพดี

มีสินค้าอยู่ 3

รายละเอียด

กรดโฟลิก (Folic Acid)

กรดโฟลิก (Folic Acid) ขนาดบรรจุ: 250 เม็ด

ขนาดรับประทาน: วันละ 1 เม็ด, พร้อมอาหาร

ผลิตโดยบริษัท Now Foods, สหรัฐเมริกา

หมดอายุ : 03/2022

ส่วนประกอบสำคัญต่อใน 1 เม็ด ประกอบด้วย

  • กรดโฟลิก (Folic Acid) 800 ไมโครกรัม
  • วิตามินบี 12 (Vitamin B12, as Cyanocobalamin) 25 ไมโครกรัม

 

กรดโฟลิค

กรดโฟลิกเป็นวิตามินบี ที่มีความจำเป็นต่อการสังเคราะห์ DNA หากมีปริมาณกรดโฟลิกไม่เพียงพอเซลล์จะแบ่งตัวได้ไม่ดี

กรดโฟลิค มีส่วนสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง ช่วยป้องกันการพิการแต่กำเนิดในทารก ช่วยในการสร้างน้ำนมของมารดาหลังคลอด ช่วยป้องกันพยาธิในลำไส้ และอาหารเป็นพิษ ช่วยให้ผิวพรรณแลดูมีสุขภาพดี ช่วยชะลอผมหงอก

กรดโฟลิค ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ โฮโมซีสเทอีน (Homocysteine) เป็นกรดอะมิโนที่จะสร้างกรดอะมิโนตัวอื่นโดยอาศัย วิตามินบี6 วิตามินบี12 และกรดโฟลิก ถ้าขาดวิตามินดังกล่าว Homocysteine จะไม่ถูกเปลี่ยนเป็นกรดอะมิโนตัวอื่น ทำให้มีสาร Homocysteine สูงในเลือด และจะทำลายผนังหลอดเลือด ทำให้เกิดการกระตุ้นการอุดตันของลิ่มเลือดตามมา ระดับ Homocysteine ในเลือด เป็นตัวชี้วัดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ

กรดโฟลิกสารสำคัญช่วงตั้งครรภ์ กรดโฟลิกมีความสำคัญอย่างยิ่ง สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ เนื่องจาก ช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์เป็นระยะของการสร้างอวัยวะของลูกในท้อง ช่วงนี้เซลล์จะมีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็วมาก และกรดโฟลิกมีบทบาทสำคัญในการแบ่งตัวของเซลล์ สร้างสมอง ไขสันหลังรวมทั้งกระดูกสันหลัง และช่วยลดความเสี่ยงของโรคปากแหว่งเพดานโหว่ในทารก ดังนั้น ถ้าช่วงนี้ร่างกายของแม่ขาดกรดโฟลิก จะมีผลทำให้การแบ่งเซลล์ผิดปกติได้ มีการศึกษาพบว่าแม่ตั้งครรภ์ที่ขาดสารโฟลิกจะคลอดลูกพิการทางระบบสมองมากกว่ากลุ่มที่ไม่ขาดสารโฟลิกหลายเท่า

การวางแผนตั้งครรภ์ ควรจะเตรียมความพร้อมร่างกายด้วยการกินสารอาหารที่มีกรดโฟลิกวันละประมาณ 400 ไมโครกรัม 3 เดือนเป็นอย่างต่ำก่อนการตั้งครรภ์ และประมาณ 600 ไมโครกรัมในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ซึ่งเป็นช่วงที่การสร้างอวัยวะส่วนต่างๆของทารกได้ผ่านระยะวิกฤติไปแล้ว

ประโยชน์ที่ร่างกายได้รับจากกรดโฟลิค

  • ทําให้เซลล์เม็ดเลือดแดงเจริญเต็มที่ถ้าขาดจะเป็นโรคโลหิตจาง
  • ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจล้มเหลว และโรคลมปัจจุบัน เนื่องจากกรดโฟลิก มีความสามารถในการลดระดับของโฮโมซีสเทอีนได้
  • ช่วยป้องกันสภาวะท่อประสาทปิดไม่สนิทในวัยแรกเกิด
  • สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุน เนื่องจากกรดโฟลิก มีความสามารถในการลดระดับของโฮโมซีสเทอีนได้
  • ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง
  • ช่วยพัฒนาผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าและมีความสับสนทางจิตในผู้สูงอายุ
  • ทําให้เซลล์ประสาทไขสันหลัง และเซลล์สมองเจริญเป็นปกติ

ปริมาณที่ควรได้รับกรดโฟลิค ร่างกายควรได้รับในปริมาณ 200 – 1,000 ไมโครกรัมต่อวัน, สตรีมีครรภ์ต้องการกรดโฟลิก 4,000 ไมโครกรัมต่อวัน

 

วิตามินบี12 (โคบาลามิน)

จะถูกดูดซึมได้ดีหากร่างกายขับเอนไซม์ย่อยชนิดพิเศษจากกระเพาะอาหารที่เรียกว่า intrinsic factor เป็นวิตามินที่มีความสำคัญที่ต้องทำหน้าที่ไปพร้อมกับกรดโฟลิกในระบบเอนไซม์หลายๆ ชนิด ซึ่งเกี่ยวโยงกับการสร้าง DNA, เซลล์เม็ดเลือดแดง และปลอกไมอีลินที่เส้นประสาท

วิตามินบี12 ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงป้องกันโรคโลหิตจาง ช่วยลดระดับกรดอะมิโนโฮโมซิสเทอีนในกระแสเลือด จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ เสริมสร้างการเจริญเติบโตและช่วยให้เด็กเจริญอาหาร เพิ่มพลังงาน ช่วยให้ระบบประสาทแข็งแรง ช่วยให้ร่างกายใช้ไขมัน คาร์โบไฮเดรต และโปรตีนได้อย่างเหมาะสม บรรเทาอาการหงุดหงิด เพิ่มสมาธิ ความจำ และการทรงตัว ช่วยป้องกันมะเร็งที่เกิดจากการสูบบุหรี่ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก และป้องกันโรคกระดูกพรุนได้

วิตามินบี12 มีประโยชน์ต่อร่างกายในด้านต่างๆ ดังนี้

  • ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดแดง เนื่องจากวิตามินบี12 มีความสำคัญต่อการเผาผลาญโฮโมซีสเทอีน
  • ช่วยพัฒนาการทำงานทางด้านจิตใจ
  • สามารถช่วยผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้า

 

ร่างกายควรได้รับวิตามินบี12 ในปริมาณ 50-100 ไมโครกรัมต่อวัน

รีวิว

ยังไม่มีบทวิจารณ์

มาเป็นคนแรกที่วิจารณ์ “กรดโฟลิก (Folic Acid)”