น้ำมันปลาโอเมก้า-3, Omega-3

โอเมก้า-3, Omega-3, 30Sg.

฿145.00

น้ำมันปลา Fish Oil Omega-3 ให้ EPA และDHA ลดไตรกลีเซอร์ไรด์ ช่วยเพิ่มไขมันดี(HDL) ลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery Disease | CAD) โรคหลอดเลือดแดงแข็งตัว ลดความเสี่ยงจากการเกิดเส้นเลือดในสมองแตก บำรุงระบบประสาทและสมอง เพิ่มความจำ บำรุงสายตา

มีสินค้าอยู่ 7

รหัสสินค้า: F1C1R3NF132 หมวดหมู่: ,

คำอธิบาย

โอเมก้า-3, Omega-3, 30Sg.

กรดไขมัน โอเมก้า-3 (Omega-3) ขนาดบรรจุ 30 แคปซูล(Softgels)

ขนาดรับประทาน ครั้งละ 1-2 แคปซูล วันละ 1-2 ครั้ง, พร้อมอาหาร

ผลิตโดย: บริษัท Now Foods, สหรัฐอเมริกา

หมดอายุ: 05/2023

ส่วนประกอบสำคัญใน 1 หน่วยบริโภค( 2 แคปซูล) ประกอบด้วย

  • ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (Polyunsaturated Fat) 1,000 มก.
  • ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated Fat) 500 มก.
  • น้ำมันปลา (Natural Fish Oil Concentrate) 2,000 มก.
  • กรดไอ-โคซาเพนตาอีโนอิก (Eicosapentaenoic Acid, EPA) 360 มก.
  • กรดโดโคซาเฮ็กซาอีโนอิก (Docosahexaenoic Acid, DHA) 240 มก.

 

โอเมก้า-3 (Omega-3) คือ กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนชนิดหนึ่ง (polyunsaturated fatty acid | PUFA) โอเมก้า-3 ที่พบมากที่สุด 4 ชนิดที่พบในอาหาร ได้แก่ ALA, EPA, ETA และ DHA กรดไขมัน โอเมก้า-3 เป็นกรดไขมันที่มีความจำเป็นต่อร่างกายอย่างมาก เนื่องจาก ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ และต้องได้รับจากสารอาหารเท่านั้น

กรดอัลฟาไลโนเลนิก (Alpha-linolenic Acid | ALA) คือ กรดไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งเป็นกรดไขมันจำเป็นในกลุ่มกรดไขมันโอเมก้า-3 เช่นเดียวกับ กรดไขมัน: EPA (Eicosapentaemic acid) และกรดไขมัน DHA (Docosahexaenoic acid) ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ ต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น ALA พบมากในน้ำมันจากเมล็ดธัญพืช เช่น แฟลกซ์สีด (Flaxseed), เมล็ดฟักทอง (Pumpkin seed), เมล็ดเจีย (Chia Seed), วอลนัท (Walnut), น้ำมันคาโนล่าและถั่วเหลือง ALA เป็นกรดไขมันตั้งต้นที่ร่างกายนำไปใช้ในการสร้างเป็น EPA และ DHA (ใช้พลังงานในการเปลี่ยนสูง เหมาะสำหรับผู้ที่ทานมังสาวิรัติที่ต้องการเพิ่มโอเมก้า-3 ทดแทนจาก น้ำมันปลา) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์สมองและจอประสาทตา ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการทางสมอง การเรียนรู้ การจดจำ และจอประสาทตา โดยเฉพาะในวัยเด็กให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

EPA คือ กรดไอ-โคซาเพนตาอีโนอิก (Eicosapentaenoic Acid) เป็นกลไกสำคัญที่ให้พลังงานกับเซลล์ในร่างกาย มีคุณสมบัติในการลดไขมันไตรกลีเซอไรด์ ป้องกันการอุดตัดของหลอดเลือด จึงช่วยให้ระบบการไหลเวียนเลือดดีขึ้น ป้องกันการเกาะตัวของเกล็ดเลือดซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหลอดเลือดและหัวใจได้ ป้องกันหลอดเลือดในสมองตีบตัน ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ นอกจากนี้ EPA ยังช่วยต่อต้านอาการข้ออักเสบ และลดอาการปวดศรีษะเนื่องจากไมเกรนได้

DHA คือ กรดโดโคซาเฮ็กซาอีโนอิก (Docosahexaenoic Acid) ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างสำคัญของเยื่อหุ้มเซลล์ จึงเปรียบเสมือนเสาหลักของร่างกาย นอกจากนี้ DHA ยังมีความจำเป็นต่อการพัฒนาสมองและดวงตา DHA ส่วนใหญ่จึงถูกส่งไปที่สมองเพื่อช่วยให้สมองทำงานได้อย่างปกติ เสริมสร้างพัฒนาการทางสมอง การเรียนรู้ ความจำ ตลอดจนระบบสายตา ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

การศึกษาทางคลินิกมากมายพบว่า DHA ช่วยในการพัฒนาสมองการการมองเห็น จึงแนะนำให้คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์และให้นมบุตร ควรได้รับ DHA ขนาด 200-300 มิลลิกรัมต่อวัน (ผู้ผลิตนมผงจึงเพิ่มคุณค่าของผลิตภัณฑ์ด้วยการเสริม DHA ในนมผง)

จากการศึกษาพบว่า ผู้สูงอายุและสมองของผู้ป่วยอัลไซม์เมอร์จะมี EPA และDHA ต่ำ การรับประทานโอเมก้า-3 ที่มี DHA จึงช่วยลดความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์ มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และต้านการอักเสบ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคอัลไซเมอร์ จึงพบว่า โอเมก้า-3 มีประโยชน์ทั้งต่อสมองและหัวใจ และกรดไขมันโอเมก้า-3 ยังช่วยป้องกันมะเร็งตับอ่อนได้

ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด ประโยชน์ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดอย่างหนึ่งของโอเมก้า-3 คือ ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของโลก แต่ชุมชนที่รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยปลา พบว่าคนในชมชุนมีอัตราการป่วยเป็นโรคเหล่านี้อยู่ในระดับต่ำมาก

ประโยชน์ของ โอเมก้า-3

  • บำรุงระบบประสาทและสมอง ช่วยเพิ่มความจำและความสามารถในการเรียนรู้ ป้องกันการเกิดภาวะสมองเสื่อมหรือโรคอัลไซเมอร์ในผู้สูงอายุ
  • บำรุงสายตา เพิ่มพัฒนาการในด้านสายตาและสมองของทารก
  • ช่วยลดระดับไตรกรีเซอไรด์
  • ช่วยเพิ่มระดับไขมันดี (HDL)
  • ลดไขมันอุดตัดในเส้นเลือด ลดความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดในกระแสเลือด ช่วยลดความหนืดของเกล็ดเลือด และลดปริมาณสารไฟบรินในเลือด
  • ลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery Disease | CAD) โรคหลอดเลือดแดงแข็งตัว ลดความเสี่ยงจากการเกิดเส้นเลือดในสมองแตก
  • เพิ่มปริมาณการดูดซึมแคลเซียม จึงช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกระดูกและการสังเคราะห์คอลลาเจนของกระดูก
  • ส่งเสริมสุขภาพการนอนหลับ เด็กที่ได้รับกรดไขมันโอเมก้า-3 ไม่เพียงพอจะส่งผลต่อสุขภาพการนอน และในวัยผู้ใหญ่หากมีระดับโอเมก้า-3 ต่ำ พบว่าจะสัมพันธ์กับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะโอเมก้า-3 ที่ต่ำนั้นเชื่อมโยงกับระดับเมลาโทนินที่ลดลงซึ่งเป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ช่วยควบคุมจังหวะการหลับ
  • ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจวายเฉียบพลัน
  • ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง
  • ต่อต้านผลร้ายจากสารโพรสตาแกลนดิน ซึ่งมีส่วนไปลดภูมิต้านทานของโรคและส่งเสริมการเจริญเติบโตของเนื้องอก
  • ลดความถี่และความรุนแรงของโรคปวดศีรษะไมเกรน
  • บรรเทาอาการอักเสบ ปวด บวมของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
  • ลดความเสี่ยงของมะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก, การศึกษาในห้องปฏิบัติการในปี 2014 พบว่าสารเคอร์คูมินซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ในขมิ้นชันกับกรดไขมัน โอเมก้า-3 สามารถออกฤทธิืต้านเซลล์มะเร็งตับอ่อนได้
  • งานศึกษาวิจัยหลายชิ้นพบความเชื่อมโยงระหว่างการบริโภคโอเมก้า-3 ในปริมาณสูง ช่วยลดความเสี่ยงของโรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือช่วยให้อาการของโรคภูมิต้านตนเองดีขึ้น
  • บำรุงสุขภาพผิว ชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิว เส้นผม และเล็บให้มีสุขภาพดี
  • DHA และ EPA มีความจำเป็นต่อสุขภาพของจอประสาทตาและอาจช่วยปกป้องดวงตาจากโรคที่เกี่ยวกับดวงตาได้
  • มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และต้านการอักเสบ

ข้อควรระวัง

  • ผู้ที่แพ้อาหารทะเลห้ามรับประทานน้ำมันปลา
  • ควรงดน้ำมันปลา 7 วัน ก่อนการผ่าตัด เนื่องจาก น้ำมันปลาทำให้เลือดแข็งตัวช้า
  • หญิงตั้งครรภ์ควรงดการรับประทานน้ำมันปลา 1 เดือนก่อนคลอดเพราะจะทำให้เลือดไม่แข็งตัว
  • การรับประทานโอเมก้า-3 มากเกินไปในระยะตั้งครรภ์และให้นมบุตร อาจมีผลทำให้เกิดความผิดปกติในการได้ยินของทารกได้

ใช้วัตถุดิบน้ำมันปลาจากประเทศเปรู ผ่านการทดสอบความปลอดภัยจากสารปนเปื้อนต่างๆ เช่น โลหะหนัก, สารปรอท, PCB’s, ไดออกซิน (dioxins) และสารปนเปื้อนอื่น ๆ Fish oil is product of Peru, Morocco, Mauritius.

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

รีวิว

ยังไม่มีบทวิจารณ์

มาเป็นคนแรกที่วิจารณ์ “โอเมก้า-3, Omega-3, 30Sg.”