ไอโอดีน, Sea-IodineT2C1R4LE004

ไอโอดีน, Sea-Iodine

฿350.00

ไอโอดีน (Sea-Iodine) ส่งเสริมการทำงานของต่อมไทรอยด์ ช่วยในการผลิตฮอร์โมน สำหรับผู้ปัญหาเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ ช่วยกระบวนการเผาผลาญ(metabolism) ทำงานเป็นปกติ ลดไขมันส่วนเกิน หญิงเตรียมตั้งครรภ์

มีสินค้าอยู่ 6

รายละเอียด

ไอโอดีน, Sea-Iodine

ไอโอดีน, Sea-Iodine ขนาดบรรจุ 60 เม็ด(Vegetarian)

ขนาดรับประทาน : วันละ 1 เม็ด, หลังอาหารเช้า

ผลิตโดยบริษัท Life Extension, สหรัฐอเมริกา

หมดอายุ : 12/2021

ส่วนประกอบสำคัญใน 1 เม็ด

  • ไอโอดีน, Iodine (from Sea-Iodine Complex Blend (organic kelp and bladderwrack extracts, potassium iodide)] 1000 มคก.

 

ไอโอดีน (Iodine) เป็นแร่ธาตุที่เกิดในธรรมชาติ มีมากในอาหารทะเลต่าง ๆ เช่น ปลาทู 1 ตัวจะได้ไอโอดีนประมาณ 45 ไมโครกรัม จึงต้องกินปลาทูอย่างน้อย 3 ตัวทุกวันจึงจะได้ไอโอดีนเท่ากับเกลือเสริมไอโอดีน 1 ช้อนชา แม้เพียงเล็กน้อยแต่ร่างกายก็ขาดไอโอดีนไม่ได้ เนื่องจากไอโอดีนเป็นแร่ธาตุที่สำคัญต่อการผลิตฮอร์โมนของต่อมไทรอยด์ ซึ่งต่อมไทรอยด์ต้องใช้ไอโอดีน เพื่อสร้างฮอร์โมน ชื่อว่า “ไทรอกซิน” ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้จำเป็นสำหรับควบคุมการทำหน้าที่ และเสริมความเจริญเติบโตตามปกติของสมอง ระบบประสาท และเนื้อเยื่อของร่างกาย ต่อมไทรอยด์เป็นต่อมไร้ท่อที่อาศัยไอโอดีนในการทำงาน โดยต้องการไอโอดีนอย่าง น้อย 50 ไมโครกรัมต่อวัน เป็นสารตั้งต้นของไทรอยด์ฮอร์โมน ที่นำไปใช้ในการสร้างเซลล์ประสาทสมอง ซึ่งหากหญิงตั้งครรภ์ขาดสารไอโอดีนก็จะไม่เพียงพอในการไปสร้างเซลล์ประสาทแก่ลูก จนทำให้เกิดปัญหาสติปัญญาบกพร่องหรือน้อยลงกว่าคนทั่วไป ซึ่งร่างกายเราผลิตสารไอโอดีนเองไม่ได้

ปริมาณที่ร่างกายต้องการ ไอโดดีน ต่อวัน ความต้องการไอโอดีนที่ แนะนำต่อวันคือ 150 ไมโครกรัมต่อวันในผู้ใหญ่ และ 200 ไมโครกรัมต่อวัน ในผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ และให้นมบุตร ในผืนดินที่ห่างไกลจากทะเล ดินมีธาตุไอโอดีนน้อยหรือไม่มีเลย อาหาร จากสัตว์ และพืชในบริเวณนั้นไม่สามารถให้ไอโอดีนเพียงพอ ร่างกายก็จะเกิดภาวะขาดไอโอดีน

สารไอโอดีน มีความสำคัญกับทุกวัย โดยเด็กแรกเกิดถึง 5 ปีต้องการ 90 ไมโครกรัมต่อวัน เด็กอายุ 6-12 ปี ต้องการ 120 ไมโครกรัมต่อวัน เด็กวัยรุ่น-ผู้ใหญ่ ต้องการ 150 ไมโครกรัมต่อวัน แต่หญิงที่ตั้งครรภ์และให้นมบุตรจะต้องการเพิ่มขึ้นไปอีก คือ 250 ไมโครกรัมต่อวัน

ผู้หญิงตั้งครรภ์ หรือช่วงระหว่างให้นมบุตร ควรได้รับไอโอดีนเพิ่ม จากรายงานของแพทย์กุมารเวชศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา เปิดเผยถึงการขาดไอโอดีน เป็นอย่างมากในช่วง ระหว่างการตั้งครรภ์ และแนะนำให้หญิงตั้งครรภ์ หรืออยู่ในระหว่างให้นมบุตร ต้องได้รับไอโอดีนเพิ่ม อย่างน้อย 150 ไมโครกรัมต่อวัน เนื่องจาก เป็นช่วงพัฒนาการทางสมองของทารก ไอโอดีนเป็นสารอาหารที่สำคัญทั้งก่อนคลอด และทารกแรกเกิด เนื่องจาก เป็นช่วงสำคัญใน การผลิตไทรอยด์ฮอร์โมน(thyroid hormone) ซึ่ง มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาการทางสมองของเด็ก

ไอโอดีน มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิงที่เตรียมที่จะตั้งครรภ์ และขณะตั้งครรภ์ ร่างกายต้องการสารไอโอดีนไปช่วยสร้างพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์ และถ่ายทอดผ่านน้ำนมไปยังทารกที่ดื่มนมแม่ เพื่อช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางสมอง จึงต้องการมากกว่าวัยทั่วไป จึงต้องรับประทานวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญ 3 ชนิด คือ เหล็ก(Iron), ไอโอดีน (Iodine) และกรดโฟลิก (Folic Acid) ให้แก่หญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ไปจนถึงหลังคลอด 6 เดือน และควรทานต่อเนื่องเพื่อให้ได้สารอย่างเพียงพอ หากหญิงตั้งครรภ์ขาดไอโอดีนรุนแรง อาจทำให้แท้ง ทารกพิการแต่กำเนิดปัญญาอ่อน ร่างกายแคระแกร็น ส่วนในผู้ใหญ่หากขาดไอโอดีน จะทำให้เกิดภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ ส่งผลให้เฉื่อยชา อ่อนเพลีย และมีประสิทธิภาพการทำงานลดลง

การขาดไอโอดีน โรคขาดสารไอโอดีน หมายถึง ภาวะร่างกายได้ รับสารไอโอดีนไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกายเป็นประจำ ซึ่งมีผลต่อการสร้าง ไทรอยด์ฮอร์โมนทำให้เกิดการเสียสมดุลในการควบคุมการทำงานของต่อมไทรอยด์ ส่งผล กระทบต่อสุขภาพที่เรียกว่า ความผิดปกติของการขาดสารไอโอดีน (Iodine Deficiency Disorder : IDD) คือ เกิดอาการคอพอก (Goiter), ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ (Hypothyrodism), โรคเอ๋อ (Cretinism) ซึ่งทำให้ระดับสติปัญญาพัฒนาด้อยกว่าปกติ และมี พัฒนาการทางร่างกายต่ำกว่าเกณฑ์ ถ้ามีการขาดสารไอโอดีนในหญิงตั้งครรภ์ จะมีผลทำให้ ทารกมีพัฒนาการของสมอง และระบบประสาทที่ช้ากว่าปกติ และหากขาดสารไอโอดีนในระดับ รุนแรง อาจทำให้แท้งหรือตายก่อนคลอด หรือเกิดความพิการแต่กำเนิด อาการแสดงของโรค ขาดสารไอโอดีนนั้น ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการขาดสารไอโอดีน และช่วงระยะเวลาของ การขาดสารไอโอดีน

องค์การอนามัยโลกกำหนดว่า ความครอบคลุมของการใช้เกลือเสริมไอโอดีนที่ได้คุณภาพในระดับชีวิตครัวเรือนควรอยู่ที่ร้อยละ 90 แต่จากการสำรวจภาวะการขาดสารอาหาร พบว่า ในปี 2560 การใช้เกลือเสริมไอโอดีนครอบคลุมระดับครัวเรือนเพียงร้อยละ 74.8 และปี 2561 ขยับเพิ่มมาเป็นร้อยละ 78.3 จึงต้องส่งเสริมให้พ่อครัวแม่ครัวหันมาใช้เกลือเสริมไอโอดีนมากขึ้น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

  • https://draxe.com/kelp/

รีวิว

ยังไม่มีบทวิจารณ์

มาเป็นคนแรกที่วิจารณ์ “ไอโอดีน, Sea-Iodine”