NF033

วิตามินดี3, Vitamin D-3 High Potency 1000 IU

฿350.00

วิตามินดี3, Vitamin D-3 High Potency 1000 IU ช่วยในการกระตุ้นการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัส การสร้างกระดูกและฟัน ป้องกันเยื่อบุตาอักเสบ จำเป็นในการทำงานของระบบประสาท

มีสินค้าอยู่ 1

รายละเอียด

วิตามินดี3, Vitamin D-3 High Potency 1000 IU

วิตามินดี3, Vitamin D-3 High Potency 1000 IU ขนาดบรรจุ 180 เม็ด(Softgels)

ผลิตโดยบริษัท Now Foods, สหรัฐอเมริกา

หมดอายุ : 03/2023

ขนาดการรับประทาน วันละ 1 เม็ด, พร้อมอาหาร

ส่วนประกอบสำคัญใน 1 เม็ด

  • วิตามิน ดี3, Vitamin D-3 (as Cholecalciferol) (from Lanolin) 1000 IU

ประโยชน์ของวิตามินดี3

  • วิตามินดีช่วยในการกระตุ้นดูดซึมแคลเซียม และฟอสฟอรัส มีความสำคัญในการสร้างกระดูกและฟัน และการเจริญเติบโตตามปกติของเด็ก ช่วยในการเก็บสำรองแร่ธาตุไว้ในกระดูกและฟัน
  • ช่วยในป้องกันโรคเยื่อบุตาอักเสบ ลดการอักเสบของเยื่อบุตา
  • ช่วยควบคุมระดับแคลเซียมในเลือด ลดการขับแคลเซียมออกจากร่างกาย
  • ควบคุมความดัน
  • ป้องกันการเกิดมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้
  • วิตามินดีมีผลต่อการดูดซึมกลับของกรดอะมิโนที่ไต ถ้าขาดวิตามินดี กรดอะมิโน ในปัสสาวะจะเพิ่มขึ้น ถ้าวิตามินดีเพียงพออัตราการดูดซึมกลับกรดอะมิโนจะปกติ และในปัสสาวะจะลดปริมาณลง
  • ช่วยสังเคราะห์น้ำย่อยใน mucous membrane ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายแบบ active transport ของแคลเซียมให้ข้ามเซลล์ไปได้ง่าย
  • ควบคุมปริมาณของแคลเซียม และฟอสฟอรัสในกระแสโลหิตไม่ให้ต่ำลงจนถึงขีดอันตราย เช่น แคลเซียมจะต้องอยู่ในเลือดประมาณ 7 มิลลิกรัม/เดซิลิตร โดย วิตามินดี จะกระตุ้นการดูดแคลเซียมในลำไส้ เพราะมิฉะนั้นแคลเซียมจะถูกขับออกจากร่างกายไปหมด และวิตามินดี จะกระตุ้นการนำเอาฟอสฟอรัส มาใช้โดยทำหน้าที่กระตุ้นตลอดเวลา
  • เกี่ยวข้องกับการใช้ฟอสฟอรัสในร่างกาย
  • ช่วยสังเคราะห์ Mucopolysaccharide ซึ่งเป็นสารที่จำเป็นในการสร้างคอลลาเจน
  • เกี่ยวข้องกับการใช้คาร์โบไฮเดรต
  • เกี่ยวข้องกับการใช้เกลือซิเตรทในร่างกาย
  • หน้าที่โดยทางอ้อมก็คือ วิตามินดีจำเป็นในการทำงานของระบบประสาท การเต้นของหัวใจ การแข็งตัวของเลือด เพราะหน้าที่เหล่านี้ จะสัมพันธ์กับการมีอยู่ และการใช้แคลเซียมและฟอสฟอรัส ของร่างกาย
  • ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน

กระบวนการเกินอนุมูลอิสระ(Oxidative Stress) และการอักเสบ คือปัจจัยพื้นฐานของการพัฒนาของโรคหลายโรคที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอายุที่เพิ่มมากขึ้น จากการทดสอบทางคลินิกพบว่า วิตามินดี สามารถช่วยยับยั้งการติดเชื้อ นั่นหมายความว่า วิตามินดี ให้การปกป้องเพิ่มเติมไม่ให้เป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ สภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวาน โรคหัวใจล้มเหลว โรคลมปัจจุบัน และโรคหัวใจ ชนิดอื่นๆ

นักวิจัยหลายคนได้ชี้ให้เห็นว่า วิตามินดี มีผลกระทบกับยีนส์มนุษย์อยู่ 200 ยีนส์ และมีความสำคัญกับการทำงานปกติของระบบภูมิคุ้มกัน และการแบ่งตัวของเซลล์ หากวิตามินดี ในร่างกายอยู่ในระดับที่ไม่เหมาะสม กระบวนการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการทำให้อายุของเซลล์ยืนยาวขึ้นจะมีประสิทธิภาพลดลง สาเหตุนี้ นำไปสู่การแบ่งเซลล์ที่ผิดปกติ และนำมาซึ่งความเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง

เมื่อได้รับวิตามินดี ทางปากมันจะถูกเปลี่ยนให้อยู่ในรูปทางชีวภาพที่ สามารถทำงานได้ นั่นหมายความว่า วิตามินดี จะถูกเปลี่ยนให้อยู่ในรูปวิตามินดี3 (Vitamin D3) การเปลี่ยนรูปอย่างไม่สมบูรณ์ของวิตามินดี อาจก่อให้เกิดปัญหา ในเรื่องของสภาวะขาดแคลนวิตามินดีได้ ด้วยเหตุนี้แพทย์จึงแนะนำให้ผู้ที่รับประทานวิตามินดี เสริมอาหาร ควรบริโภควิตามินดี ในรูปแบบที่พร้อมทำงานได้ทันที ซึ่งนั่นก็คือ วิตามินดี3 (Vitamin D3)

การขาดวิตามินดี ทำให้กระดูกอ่อน ขาโก่ง ฟันผุ กล้ามเนื้ออ่อนแรง เมื่อเกิดอุบัติเหตุทำให้กระดูกหักง่าย การขาดวิตามินดีจะยับยั้งการหลั่งอินซูลิน จึงเพิ่มการเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน

การขาดวิตามินดีเกิดขึ้นได้เมื่ออายุมากขึ้น โดยวารสาร The American Journal of Clinical Nutrition ชี้ให้เห็นว่าการย่อยและการดูดซึมไขมันที่ผิดปกติในผู้สูงวัย อาการเบื่ออาหาร มีปัญหาเกี่ยวข้องกับตับ ไต หรือมีกิจวัตรประจำวันที่อยู่แต่ในอาคาร ไม่ถูกแสงแดดเป็นเวลานาน อาจเป็นสาเหตุของการขาดวิตามินดี

หลังอายุ 40 ปี อัตราการสลายของกระดูกในผู้ชายจะเพิ่มขึ้นจากน้อยกว่า 0.5 เปอร์เซ็นต่อปีเป็น 0.5 ถึง 1 เปอร์เซ็นต่อปี การดื่มเครื่องดื่มบางชนิดเป็นประจำอาจเร่งการสูญเสียแคลเซียมด้วย เช่น กรดฟอสฟอริกในน้ำอัดลมจะกระตุ้นให้กระดูกสลายแคลเซียมเพิ่มขึ้น แอลกอฮอล์ กาเฟอีนในกาแฟ และเครื่องดื่มชูกำลัง มีฤทธิ์ขัดขวางการดูดซึมและกระตุ้นให้ร่างกายขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะเพิ่มขึ้น

ในวัยผู้ใหญ่หากขาดวิตามินดีจะทำให้เกิดโรคกระดูกอ่อน (Osteomalacia) โดยกระดูกจะอ่อน ไม่แข็งแรง ส่วนใหญ่เกิดบริเวณกระดูกขา กระดูกสันหลัง และกระดูกเชิงกราน ทำให้รูปร่างผิดปกติ เช่น หลังโก่ง เจ็บปวดตามข้อ ปวดกระดูก กระดูกเปราะและหักง่าย นอกจากนี้อาจเกิดอาการกล้ามเนื้อกระตุก เป็นเหน็บชาและอาจทำให้เกิดอาการชักได้

ร่างกายต้องการวิตามินดี วันละ 400-800 IU หรือ 10-20 ไมโครกรัม โดย คนที่อายุต่ำกว่า 50 ปีต้องการ 200 IU ซึ่งได้จากอาหารเพียงพอ อายุ 51-70 ปี ต้องการ 400 IU ซึ่งการได้รับจากอาหารอาจไม่เพียงพอ จึงควรได้รับเสริมพบว่า ผู้ที่รับประทานวิตามินดี 482-770 IU ต่อวัน มีการเพิ่มของมวลกระดูก หากอายุ 70 ปีขึ้นไปต้องการ 600 IU ซึ่งจำเป็นต้องได้รับเสริม

ข้อควรระวัง: การได้รับวิตามินดี มากเกินกว่า 5 เท่า ของปริมาณที่กำหนด จะส่งผลเสียต่อร่างกายในด้านต่างๆ ดังนี้

  • ทำให้เกิดการดึงแคลเซียม จากกระดูกไปพอกที่ผนังหลอดเลือด หัวใจ ปอด และไต
  • เกิดการสะสมที่ตับ ทำให้เกิดพิษได้
  • จะทำให้คอเลสเตอรอลสูงเกิดโทษได้
  • สตรีมีครรภ์หากได้รับวิตามินดี มากเกินไป จะทำให้ทารกมีความผิดปกติใน ระบบหลอดเลือด

รีวิว

ยังไม่มีบทวิจารณ์

มาเป็นคนแรกที่วิจารณ์ “วิตามินดี3, Vitamin D-3 High Potency 1000 IU”